เกาะรัตนโกสินทร์

ทริปนี้เป็นการออกไปถ่ายภาพกับ Photo Club ของธนาคาร HSBC โดยเริ่มจากวัดสุทัศน์ วัดราชบพิธ และวัดโพธิ์ โดยมีอาจารย์ดัส และทีม ร่วมให้ความรู้และเดินถ่ายภาพไปพร้อมกัน แต่เสียดายที่ภาพชุดนี้ไม่มีภาพวัดโพธิ์ เนื่องจากนักท่องเที่ยวเยอะมาก ทำให้ไม่อยากฝ่าวงล้อมเข้าไปเนื่องจากอากาศเริ่มร้อนมาก

โชคดีของเราที่วันนี้ฟ้าสวยมาก แต่ไฮไลท์อยู่ที่วัดราชบพิธซึ่งโดยปกติพระอุโบสถจะปิดไม่ได้ให้ประชาชนได้เข้าไปชม แต่พวกเราไปช่วงที่กำลังมีการทำบุญเลี้ยงพระ เจ้าหน้าที่เลยใจดีเปิดให้พวกเราได้เข้าไปดู พร้อมกับอธิบายให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างมากมาย

ขอเริ่มที่ highlight ก่อนคือวัดราชบพิธ

วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเป็นวัดประจำรัชกาลเมื่อ พ.ศ. 2412 มีลักษณะผสมระหว่างสถาปัตยกรรมไทยและยุโรป คือ ลักษณะภายนอกเป็นสถาปัตยกรรมไทย ส่วนภายในออกแบบตกแต่งอย่างตะวันตก

บริเวณด้านนอกพระอุโบสถ ประดิษฐานเจดีย์องค์ใหญ่สีเหลือง ตั้งอยู่ตรงกลาง ซึ่งเป็นแบบระฆังคว่ำ มีฐานทักษิณประดับกระเบื้องเคลือบเบญจรงค์อัดพิมพ์นูนทั้งองค์ เจาะเป็นซุ้มคูหา 16 ซุ้ม ภายในซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ปางต่าง ๆ สวยงามมาก

พระวิหาร มีรูปทรงแบบเดียวกับพระอุโบสถทั้งภายในและภายนอก แตกต่างกันตรงที่บานประตูและหน้าต่างสลักด้วยไม้เป็นลายเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในขณะที่พระอุโบสถเป็นลายประดับมุข นอกจากนี้ลวดลายภายในพระวิหารจะมีเฉพาะที่เพดานบัวกั้นผนังชั้นล่างและชั้นบน และกรอบหน้าต่างเท่านั้น นอกนั้นผนังเป็นสีทองไม่มีลวดลาย ภายในพระวิหาร ผนังด้านบนทาสีชมพูเขียนลายดอกไม้ร่วง ตอนล่างทำเป็นอุณาโลมสลับกับอักษร จ บานหน้าต่างด้านในเป็นลายพุ่มข้าวบิณฑ์ พระประธานป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย นามว่าพระประทีปวโรทัย

“พระประทีปวโรทัย” พระประธานในพระวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
ด้านหน้าประดิษฐานพระรูปหล่อสมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน)

พระอุโบสถ รูปทรงภายนอกเป็นสถาปัตยกรรมแบบไทย ภายในพระอุโบสถเป็นแบบยุโรปผสมแบบไทย เพดานเป็นลายเครือเถาสีทอง ผนังระหว่างช่องหน้าต่างเป็นรูปอุณาโลม และมีอักษร จ. สลับเหนือซุ้มกลางประตู ภายในปั้นเป็นรูปตราแผ่นดินประจำพระองค์ของรัชกาลที่ 5 โดนจำลองแบบจากตราประจำพระองค์ การตกแต่งภายในพระอุโบสถและผนังชั้นบนระหว่างเสาคูหาเป็นภาพพุทธประวัติ ส่วนการให้สีภายในพระอุโบสถงดงามและปิดทองบางแห่ง

พระพุทธอังคีรสเป็นพระประธานในพระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ประดิษฐานอยู่บนฐานชุกชีหินอ่อนจากประเทศอิตาลี พระนาม “พระพุทธอังคีรส” แปลว่ามีรัศมีซ่านออกจากพระวรกาย หล่อขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ต่อต้นรัชกาลที่ 5 กระไหล่ทองคำเนื้อแปดหนัก 180 บาท เป็นทองที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงใช้เมื่อยังทรงพระเยาว์ เดิมพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจะทรงนำไปประดิษฐานที่พระปฐมเจดีย์ แต่สิ้นรัชกาลเสียก่อน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ให้นำมาประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถวัดราชบพิธ เมื่อวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2415

พระนิรันตราย เป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยทองคำ มีการค้นพบเมื่อปี พ.ศ.2399 ตามประวัติกล่าวไว้ว่า กำนันอิน ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่เมืองปราจีนบุรี ท่านฝันว่าจับช้างเผือกได้ หลังจากนั้นไม่นาน ท่านกับบุตรชายชื่อนายยัง เดินทางเข้าป่าเพื่อขุดมันนกในบริเวณชายป่า ห่างจากดงศรีมหาโพธิ์ประมาณ 3 เส้น ก็ได้พบพระพุทธรูปหล่อด้วยทองคำเนื้อหก น้ำหนัก 7 ตำลึง 11 สลึง (ศิลปะพระนิรันตรายแบบนั่งขัดสมาธิเพชร พุทธศิลปะแบบทวารวดี หน้าตัก 3 นิ้ว สูง 4 นิ้ว) ท่านจึงนำไปมอบให้พระเกรียงไกร กระบวนยุทธ์ ปลัดเมืองฉะเชิงเทรา พระเกรียงไกรจึงได้พากำนันอินและนายยังเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายพระพุทธรูปทองคำ

พระพุทธรูปซึ่งกำนันอินทูลเกล้าฯ ถวายนั้น เป็นทองคำทั้งแท่งและใหญ่กว่าพระกริ่ง ควรที่คนร้ายจะลักองค์ใหญ่ไปแต่กลับละไว้ เช่นเดียวกับผู้ที่ขุดได้ไม่ทำอันตราย เป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่แคล้วคลาดถึง 2 ครั้ง…พระองค์จึงทรงถวายพระนามว่า “พระนิรันตราย”

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริให้เจ้าพนักงานทำการหล่อพระพุทธรูปนั่ง ปางสมาธิเพชร เนื้อทองคำ ขนาดหน้าตักกว้าง 5 นิ้วครึ่ง เพื่อสวมพระนิรันตรายไว้อีกชั้นหนึ่ง (พระนิรันตราย ที่ไม่มีเรือนแก้ว ใช้สำหรับตั้งในงานพระราชพิธี)

เหนือพระพุทธอังคีรสฉัตรกางกั้น ซึ่งฉัตรนี้เคยกางกั้นเหนือพระโกศพระบรมศพรัชกาลที่ 5

วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม คำว่าสถิตมหาสีมาราม หมายถึงการมีเขตเสมาใหญ่มากล้อมรอบทั้งวัด แทนที่จะมีแค่ เสมารอบ ๆ พระอุโบสถเท่านั้น และที่น่าสนใจอีกอย่างคือกระเบื้องเบ็ญจรงค์ ทั้งพระอุโบสถ วิหารและเจดีย์ ระเบียงแก้ว ล้วนตกแต่งด้วย ลายกระเบื้องเคลือบเบญจรงค์ทั้งสิ้น และทุกแผ่นเขียนด้วยมือ และออกแบบรูปทรงกระเบื้องขนาดต่างๆ ลงตัวอย่างน่าอัศจรรย์ ไม่ว่าเจดีย์ ระเบียง พระอุโบสถ ซึ่งมีรูปทรงอ่อนช้อย แต่ทุกอย่างลงตัว

ถัดไปเราได้ไปที่วัดสุทัศนเทพวรารามซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และได้อัญเชิญ พระบรมราชสรีรางคารของพระองค์ มาบรรจุที่ผ้าทิพย์ด้านหน้าพุทธบัลลังก์พระศรีศากยมุนีเมื่อ พ.ศ. 2493 และมีพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทรในวันที่ 9 มิถุนายนของทุกปี

หลายคนอาจไม่ทราบว่าพระอุโบสถของวัดสุทัศน์คืออาคารหลังนี้

ภายในพระอุโบสถมีพระพุทธตรีโลกเชษฐ์เป็นพระประธาน พระอสีติมหาสาวก ๘๐ รูปอยู่เบื้องหน้า มีภาพจิตกรรมงดงามเป็นภาพพุทธประวัติ ภาพพระปัจเจกพุทธเจ้า ภูเขาคันธมาศ

จิตรกรรมที่ฝาผนังและเสาภายในพระอุโบสถ

ลากันด้วยภาพพระพุทธตรีโลกเชษฐ์นะครับ

About these ads