ตามหา “ปูไก่” ที่เกาะตาชัย (Tachai Island)

พวกเราชายหนุ่มทั้งสามคนก็เดินทางไปยังเกาะตาชัย ที่พวกเราได้ยินเสียงล่ำลือเป็นนักหนาว่าน้ำใส ไหลเย็นเห็นตัวปลา จึงอดใจรอแทบไม่ไหวที่จะได้มายลธรรมชาติอันงดงามของประเทศไทย

ทริปนี้เราเดินทางไปกับ Love Andaman ซึ่งก่อนเดินทางเราก็ได้รับการอธิบายเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยเราจะขึ้นเรือจากท่าเรือข้ามฟากบ้านน้ำเค็ม ซึ่งใกล้และปลอดภัยและใกล้กว่าการไปขึ้นเรือที่ท่าเรือทับละมุ โดยเฉพาะเวลามีคลื่นลมแรง ๆ ทีมงานอธิบายให้ฟังว่าบนเกาะมีสัตว์ที่น่าสนใจอยู่คือปูเสฉวนตัวใหญ่ กับปูไก่ และย้ำกับเราอีกว่าไม่ควรเก็บเปลือกหอยเพราะจะทำให้ปูเสฉวนไม่มีที่อยู่ ไม่ควรให้อาหารปลา เพราะว่าพวกปลาหน้าด้านหรือปลาตะกละจะมาแย่งที่อยู่ และไล่กัดปลาท้องถิ่นอย่างเช่นปลาการ์ตูน นอกจากนี้คราบน้ำมันทำให้เกิดตะไคร่น้ำ ทำให้ระบบนิเวศน์เสียในที่สุด

ได้ฟังการอธิบายให้ฟังอย่างนี้ แล้วรู้สึกสบายใจที่ผู้ประกอบการอย่าง Love Andaman ให้ความสำคัญกับธรรมชาติ ถ้าทุกคนร่วมมือกันสถานที่สวยงามเหมือนสวรรค์นี้ก็จะอยู่กับเราได้นานโดยไม่ถูกทำลาย ได้ฟังเช่นนี้ก็อดใจไม่ไหวที่จะไปเห็นด้วยตาแล้วครับ

 

รถตู้ของ Love Andaman ไปรับเรามาจาก Vijitt Resort แต่เช้า หลังจากหลับสบายบนรถเราก็มาถึงท่าเรือข้ามฟากบ้านน้ำเค็ม

 

เมื่อมาถึงทีมงานก็เข้ามาต้อนรับและให้เราไปลงชื่อเพื่อเตรียมจะรับคำอธิบายสั้น ๆ ก่อนออกเดินทางพร้อมกับบริการชา กาแฟ ขนมปังปิ้ง และที่ขาดไม่ได้ยาแก้เมาเรือครับ

ทีมงานส่วนหนึ่งกำลังเลือก fin ให้กับนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะไปดำน้ำที่เกาะ เชื่อหรือไม่ครับว่าทีมงานที่กำลังเลือก fin ให้กับน้องผู้หญิงชาวต่างชาตินั้นชื่อ เบิร์ด จบ MBA มาจากอเมริกา มาทำงานที่นี่ด้วยใจรักจริง ๆ อยากเห็นหน้าเค้ามั้ยครับ ตามอ่านรีวิวนี้จะได้เห็นว่าหน้าตาจะหล่อเหลาขนาดไหน

สวัสดีค่ะ พี่ชื่ออะไรคะ หนูชื่อ อิ๋งอิ๋ง วันนี้จะมาเป็นไกด์พาพวกพี่ ๆ ไปเกาะตาชัย หลังจากนั้นไกด์อิ๋งก็อธิบายว่าการเดินทางจะเป็นอย่างไร ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร โดยในวันนี้เราจะเดินทางไปด้วยเรือ 2 ลำ ลำแรกคือ speed boat ไปเร็วหน่อยแต่ต้องนั่งไปตลอดทางลุกเดินไปไหนไม่ได้ กับอีกลำเป็นมอเตอร์ยอร์ช ช้ากว่าแต่สบายกว่า

พวกเราสามคนเลือกไปมอเตอร์ยอร์ชครับ ส่วน speed boat จะมีลักษณะเป็นอย่างในภาพนะครับ เร็ว แรง แต่อาจจะไม่สะดวกสบายเท่ามอเตอร์ยอร์ช

เรานั่งเรือกันมาประมาณ 1 ชั่วโมง ก็เห็นหาดทรายสีขาวอยู่เบื้องหน้า เนื่องจากเรือไม่สามารถเข้าไปเทียบที่หาดได้ เราต้องนั่งเรือยางเข้าไป

ทรายบนเกาะตาชัยเกิดจากการย่อยสลายของใบมะกรูดกับปะการังจนเป็นทรายละเอียด ก้าวแรกที่สัมผัสนั้นนุ่มสบายเท้ามากทุกคนร้องโอ้วววววด้วยความประหลาดใจว่าทำไมทรายถึงนุ่มเพียงนี้

บนเกาะมีกิจกรรมให้เลือกว่าจะลงหาดเล่นน้ำ เดินดูปูไก่ ดำน้ำ หรือสนอร์คเกิล

เนื่องจากเกาะตาชัยจะเปิดให้ขึ้นมาได้ 6 เดือน และจะปิดอีก 6 เดือน และค่อนข้างไกลจึงทำให้มีนักท่องเที่ยวไม่มากนัก และเนื่องจากผู้ให้บริการอย่าง Love Andaman คอยย้ำกับนักท่องเที่ยวว่าให้ช่วยกันรักษาความสะอาด ทำให้เกาะตาชัยยังไม่บอบช้ำ

ลักษณะของชายหาดเป็นแนวยาว ทรายขาว น้ำใส เป็นที่รู้จักกันในหมู่นักดำน้ำเพราะปะการังยังสมบูรณ์มาก เรามองเห็นตั้งแต่อยู่บนเรือเพราะน้ำใสมากจริง ๆ

พวกเราไม่รีรอ ต่างคนต่างแยกย้ายหามุมโปรดของตัวเองเพื่อถ่ายรูป วันนี้ฟ้าไม่ค่อยเปิดเท่าไหร่ แต่โชคดีที่ทันทีที่เรามาถึง ท้องฟ้าที่มีเมฆปกปิดก็เริ่มเผยให้เห็นแสงแดด และฟ้าใส ๆ เราไม่รอช้ากลัวว่าฟ้าจะปิดลงอีกครั้ง

ในแต่ละมุมเราจะเจอนักท่องเที่ยวเล่นน้ำ นอนอาบแดด แต่ก็ไม่พลุกพล่านเกินไปนัก

เราจะเห็นนักท่องเที่ยวเดินกันเป็นคู่ ๆ อย่างมีความสุขบนหาด

หรืออาจจะจับกลุ่มเป็นนางแบบ นายแบบกับธรรมชาติสวย ๆ

มีจุดให้ถ่ายรูปเยอะแยะทั้งในน้ำและบนบก ถ้าไม่ถนัดถ่ายคน หาดขาว ๆ น้ำสวย ๆ ต้นไม้แนวแปลก ๆ ก็มีให้ถ่าย

ใครพกช่างภาพมาด้วยคงสนุกไม่น้อย

สำหรับอาหารเที่ยง ทีมงาน Love Andaman ได้มีการจัดเตรียมอาหารไว้หลายอย่าง รวมทั้งเครื่องดื่ม ผลไม้และขนม

ใครอยากเจอไกด์เบิร์ดสุดหล่อ ดีกรี MBA จากอเมริกา บริการดี ก็มาใช้บริการได้นะครับ หรือจะเป็นไกด์เตย กับไกด์อิ๋งที่คอยส่งเสียงแจ้ว ๆ ทั้งภาษาไทยและอังกฤษบริการเครื่องดื่ม และผลไม้ให้กับลูกทัวร์อย่างไม่รู้จักเหนื่อย

ทีมงานได้จัดเตรียมผลไม้ไว้ให้ลูกทัวร์อย่างมากเกินพอ รวมทั้งหวานเย็นอย่างที่เราไม่คิดว่าจะได้มากินกันบนเกาะ

จากนั้นทีมงานแจ้งให้พวกเราทราบว่า เวลาเที่ยงห้าสิบนาที เราจะเดินไปดูปูไก่กัน ในที่สุดเราก็จะได้ไปเห็นกันแล้ว

ที่ได้ชื่อว่าปูไก่ก็เพราะว่าเวลาที่เอาก้ามกระทบกัน ก็จะมีเสียงเหมือนเสียงลูกไก่ร้อง แต่วันนั้นเราไม่ได้ยินเสียง ได้แต่ยลโฉมเจ้าปูก้ามใหญ่ เสียงทีมงาน Love Andaman ก้องอยู่ในหูว่า อย่าไปแหย่ปู อย่าจับปูนะครับ เพราะว่าถ้ามันกลัวอีกหน่อยมันอาจจะไม่ออกมาให้เราได้เห็น ในใจอยากจะจับออกมาบนหาด ถ่ายคู่กับน้ำทะเลสีสวย ๆ หาดสีขาว ๆ แต่ก็ได้แต่ถ่ายรูปโดยไม่แตะต้องตัว มุมเลยอาจจะไม่สวยถูกใจ แต่ไม่เป็นไร อย่าลืมนะครับ ไปเที่ยวชมธรรมชาติ แต่อย่าไปทำร้ายธรรมชาติ

จากนั้นไกด์เบิร์ดก็บอกพวกเราว่า เดี๋ยวจะพาไปจุดชมวิว ซึ่งจะใช้เวลาเดินขึ้นเกาะประมาณ 15 นาที ระหว่างทางก็เก็บภาพไปพลาง ๆ

ความสุขมีให้เห็นอยู่มากมายบนเกาะ

เราเพลินกับการถ่ายรูปไปตลอดทางที่เดินจนลืมเหนื่อย

ระหว่างทางขึ้นไปจุดชมวิว เนื่องจากเราต้องถอดรองเท้าตั้งแต่ก่อนลงเรือจากท่าเรือบ้านน้ำเค็ม ระหว่างทางจึงอาจมีช่วงที่พื้นแข็งและร้อนบ้าง แต่เราก็ทนครับเพราะอยากได้ภาพสวย ๆ ในที่สุดเราก็เดินข้ามเกาะมายังอีกฝั่งหนึ่งเพื่อชมวิวอีกด้านของเกาะ ซึ่งไม่ได้เป็นชายหาดเหมือนที่เราอยู่ตอนช่วงเช้า แต่เป็นจุดที่นักดำน้ำไม่ควรพลาด เพราะจะได้เห็นปะการัง และสัตว์ทะเล ได้ยินจากไกด์อิ๋งว่าในวันนั้นผู้ที่ไปดำน้ำได้เห็นฉลามและปลากระเบน

เราใช้เวลาอยู่บนเกาะจนถึงประมาณบ่ายสามโมงก็เริ่มขึ้นเรือกลับ นับเป็นการเดินทางที่คุ้มค่าจริง ๆ ได้เห็นธรรมชาติที่สวยงาม น้ำทะเลใส มีโอกาสได้กลับไปเยี่ยมชมอีกแน่นอนครับ

Advertisements