Sapa Vietnam – Part 2

ต่อจาก Sapa Vietnam – Part 1 หลังจากที่เราเดินทางมาถึงหมู่บ้านม้งและก็ได้รับประทานอาหารเที่ยงแล้ว อ้อลืมบอกไป ขอแนะนำนะครับสำหรับคนที่ขาดรสชาติจัดจ้านไม่ได้ ขอแนะนำให้พกน้ำพริกต่าง ๆ ติดมาจากเมืองไทยด้วย อย่างเช่น น้ำพริกตาแดง น้ำพริกกุ้งสุด จะได้เอามาใส่กับอาหารที่นี่เพื่อเพิ่มรสชาติ

ได้เวลาเริ่มออกเดินทางกันต่อแล้ว เราเดินมาถึงครึ่งทาง ในหมู่บ้านม้งนี้จะพบนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ชาวเขาส่วนใหญ่ก็พยายามเข้ามารุมเพื่อที่จะขายของที่ระลึก

บางคนก็ซื้อขนม น้ำหวานให้กับเด็ก ๆ แล้วเราก็พบภาพประทับใจ เด็กหญิงสองพี่น้องแบ่งกันดื่มน้ำชาเขียวที่นักท่องเที่ยวแบ่งให้

เด็กชายคนหนึ่งยืนเขินเมื่อพวกเรายกกล้องมาถ่ายภาพ

หลาย ๆ คนก็ยิ้มอารมณ์ดี

เราเริ่มเดินทางต่อผ่านนาขั้นบันไดได้ใกล้ชิดขึ้น ทุ่งนาเขียวขจี อากาศเย็น ๆ สบายปอดยิ่งนัก

เผ่าม้ง (Hmong) เป็นชาติพันธ์กลุ่มใหญ่สุดในซาปา ซึ่งในเผ่าม้งด้วยกันยังประกอบไปด้วยม้งหลายกลุ่ม  และแต่งกายไม่เหมือนกัน  เผ่าม้งดำ มีจำนวนมากที่สุดในบรรดาม้งทั้งหมด

เด็ก ๆ ชาวเผ่าม้งหน้าตาน่ารัก

ช่วงครึ่งหลังของเส้นทาง เราไม่ค่อยได้ถ่ายภาพกันเท่าไหร่แล้ว อาจเป็นเพราะเริ่มเหนื่อยและหมดแรง ภาพนี้ถ่ายบนสะพานใกล้หมู่บ้าน

การเดินทางในหมู่บ้านม้งวันนี้ขอทิ้งท้ายด้วยภาพนี้นะครับ

หลังจากรถตู้มารับกลับมายังโรงแรม พวกเราก็หลับกันทันที เหนื่อยมากครับ สำหรับการเดินขึ้นเขาลงเขา โดยเฉพาะพวกผมต้องแบกอุปกรณ์ถ่ายภาพกันไปด้วย ซึ่งมีน้ำหนักมากพอสมควร คืนนั้นหลังจากตื่นผมและเพื่อนก็เดินเที่ยวในตัวเมือง Sapa

พ่อค้าแม่ค้าขายอาหารกันริมถนน ร้านอาหารเริ่มมีแสงไฟสร้างสีสรรให้กับตัวเมือง

ที่บริเวณลานใกล้โบสถ์คริสต์ ชาวเขาเผ่าต่าง ๆ ก็มาวางแผงขายสินค้าพื้นเมืองกันมากมาย

กลุ่มเด็กหนุ่มมาแสดงเครื่องดนตรีพื้นเมือง

หลังจากนั้นเราก็กลับมานอนพักที่โรงแรม เนื่องจากวันนี้เราเหนื่อยกันมาทั้งวัน วันถัดไปเราต้องไปที่หมู่บ้าน Cat Cat กัน

เช้าวันรุ่งขึ้น เราเช่ารถมอเตอร์ไซค์ขี่ไปยังหมู่บ้าน ซึ่งอยู่ไปไม่ไกลนัก แต่การขี่มอเตอร์ไซค์ที่นี่ต้องระวังกันหน่อยนะครับ เพราะว่าทางเป็นลักษณะของการขึ้นและลงเนินเขา หากไม่ชำนาญอาจล้มได้ นอกจากนี้ทางในบางช่วงอาจไม่ได้ลาดยาง เป็นกรวดและเลน

วิวข้างทางเป็นภูเขา กับนาขั้นบันได้ สวยงามเช่นเดิม

และแล้วเราก็มาถึงหมู่บ้านในเวลาไม่นานนัก ข้อเสียของการเที่ยวในเวียดนามนะครับ เรามักจะถูกชาวบ้านหลอกอยู่เสมอ ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน น้องผู้หญิงคนนี้มาบอกให้เราจอดรถมอเตอร์ไซค์ตรงนี้เพราะไปต่อไม่ได้ หากจะไป Silver Waterfall ต้องเดินไปจากตรงนี้ แต่เราก็พบว่าจริง ๆ แล้วสามารถไปต่อได้อีกนะครับ ซึ่งถ้าจอดกันตรงนี้ก็ต้องเดินกันอีกไกลเหมือนกัน

พอเลยจากหมู่บ้านเราก็หยุดถ่ายรูปกันเป็นช่วง ๆ จนถึงที่จอดรถที่เราต้องเดินเท้าอีกประมาณ 2 กิโลเมตร

ในระหว่างที่เราเดินเท้า จะเจอเด็ก ๆ ที่เราพยายามจะถ่ายรูป เหมือนกับว่าเด็กพวกนี้คุ้นเคยกับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี พวกผู้ใหญ่จะไม่ยอมให้เราถ่ายรูปจนกว่าจะให้เงิน ซึ่งมักจะได้ยินคำว่า “One Dollar One Photo” หรือรูปละ 1 ดอลลาร์เสมอ ๆ เวลาเราจะยกกล้องถ่าย เด็ก ๆ ก็เช่นเดียวกัน ร้องขอขนมแลกกับการถูกถ่ายภาพ พอพวกเราไม่มีขนมให้ก็ปิดหน้าปิดตา ไม่ยอมให้ถ่าย เด็กที่โตกว่าก็จะรีบบอกเด็กเล็ก ๆ กว่าให้ปิดหน้าเช่นเดียวกัน

เราใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงกว่าจะเดินมาถึงน้ำตก แต่เนื่องจากทางเดินเป็นการเดินลงเขา และขึ้นเขาจึงค่อนข้างเมื่อยพอสมควร บวกกับการที่เราเดินเยอะมาเมื่อวาน ยิ่งทำให้ล้ามากขึ้น Silver Waterfall น้ำค่อนข้างแรง ละอองน้ำกระเซ็นทำให้บริเวณนั้นเปียกและชื้น รวมไปถึงกล้องของพวกเราด้วย

ที่น้ำตกจะมีการแสดงของชาวพื้นเมืองให้ชมด้วยนะครับ

การแสดงมีอยู่หลายชุด สลับกันออกมา

เราชมการแสดงอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมงก็เริ่มเดินทางกลับ เนื่องจากต้องกลับมาที่โรงแรมให้ทัน 5 โมงเย็น เพราะว่าจะมีรถตู้ไปส่งที่สถานีรถไฟที่ Lao Cai เดินออกมาก็เจอน้องคนนี้

พอกลับมาถึงโรงแรมยังพอมีเวลาเหลือ ผมและเพื่อนเลยมาเดินในตัวเมืองอีกครั้งก็พบว่า ตัวเมืองนั้นเปลี่ยนเป็นตลาดขายผลไม้ มีชาวเขามากมายเอาผักและผลไม้มาขายกันเยอะมาก

ฝนใกล้จะตกหนัก ขอลา Sapa กันด้วยภาพนี้นะครับ เป็นภาพของเมือง Sapa ถ่ายบริเวณทะเลสาบ บทความถัดไปจะเป็นสถานที่ที่ผมและเพื่อนไปเที่ยวในวันต่อมาคือ Ninh Binh และ Hanoi

Advertisements